หน้าหนาวแล้วนะค่ะ..สุขภาพเป็นยังไงบ้างค่ะ
วันนี้มาลองดูวิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายกันดีกว่านะค่ะ
ร่างกายแข็งแรง..เราก็พร้อมสู้ลมหนาวแล้วค่ะ^^
ถึงเวลาสร้างภูมิคุ้มกัน :Recharge Your Immune System
ป่วยง่าย อ่อนเพลียเป็นประจำ หน้าตาดูไม่ค่อยสดใสเหมือนคนนอนไม่เต็มที่ เรี่ยวแรงพลังไม่ค่อยมี…อาการเหล่านี้เป็นไปได้ว่าภูมิคุ้มกันอาจลดน้อยลงหรือไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ถึงเวลาต้องหันมาชาร์จแบตให้ภูมิคุ้มกันร่างกายกันบ้างแล้ว
ใครๆก็อยากมีสุขภาพร่างกายสดใสแข็งแรง แต่จะได้ดั่งใจหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของร่างกายนั่นเอง ภูมิต้านทานเป็นปราการสำคัญที่จะคอยปกป้องร่างกาย ป้องกันการจู่โจมของเชื้อโรคต่างๆ สารพิษนานาชนิด จนถึงสิ่งแปลกปลอมทั้งหลายที่เข้าสู่ร่างกาย โดยอาจติดมากับอาหารหน้าตาน่ากินสารพัด หรือมีการปะปนในอากาศที่สูดหายใจ จนถึงอยู่ในบรรยากาศแวดล้อมต่างๆ สิ่งเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ถ้าภูมิคุ้มกันร่างกายมีสภาวะแข็งแรง มีปริมาณพอเหมาะก็จะสามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายได้ แต่เมื่อไหร่ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอและมีปริมาณไม่สมดุล ร่างกายก็จะรับมือไม่ไหว ขณะที่ฝ่ายรุกรานก็จะขยายตัวเพิ่มขึ้น กลายเป็นต้นเหตุของความเจ็บไข้และโรคภัยต่างๆ
>>เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง
ปกติแล้วคนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีเกิดจาก 2 ปัจจัยร่วมกัน นั่นก็คือ กรรมพันธุ์ที่ได้รับถ่ายทอดมาอย่างหนึ่ง ทำให้มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงดีอยู่แล้ว กับอีกอย่างหนึ่งก็คือการดูแลรักษาสุขภาพ เช่น กินอาหารครบหมู่ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายพอเหมาะ แต่ทุกวันนี้ในแทบทุกมิติของการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นในการงานอาชีพ การกินอยู่ การเดินทาง สิ่งบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ มลพิษจากสิ่งแวดล้อม มีผลทำให้ระบบภูมิต้านทานของผู้คนอ่อนแอลง หลายคนมีภูมิคุ้มกันต่ำลงโดยไม่รู้ตัว จึงไม่สนใจ ไม่เอาใจใส่กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน และเป็นเหตุให้ติดเชื้อง่าย เจ็บป่วยบ่อย หรือเมื่อเป็นก็มักรุนแรง แม้แต่ในเวลาที่เครียดก็จะส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ออกฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งพอเครียดบ่อยๆ เข้า ภูมิคุ้มกันจะทำงานได้ไม่เต็มที่ และมีโรคภัยเข้าแทรกแซงได้
ส่วนระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานซับซ้อนขึ้นร่างกายจะผลิตสารภูมิคุ้มกันหรือที่เรียกว่า แอนติบอดี (Antibody) ขึ้นหลังจากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายหรือมีโปรตีนผิดปกติเข้ามา โดยเป็นระบบที่แยกตัวมาทำงานได้ทันทีหากว่ามีเชื้อโรคเจาะทะลุด่านแรกมาได้ เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวแต่ละกลุ่มจะช่วยกันทำงานด้วยวิธีการที่หลากหลายและน่าทึ่งอย่างกรูเข้าไปกินและย่อยสลายสิ่งแปลกปลอม ส่งสัญญาณให้รู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมบุกเข้ามาเพื่อกระตุ้นให้เซลล์หน่วยคุ้มกันเพิ่มจำนวนและเติบโตอย่างรวดเร็ว จากนั้นจะจดจำสิ่งแปลกปลอมนั้นๆไว้ เมื่อไหร่ที่เล็ดลอดเข้ามาอีกก็จะได้แยกแยะและขจัดออกไปโดยเร็วจนไม่ทันก่ออาการของโรค
วิธีกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย
1. ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะจะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนเลือด ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกหมุนเวียนไปยังเซลล์ทั่วร่างกายและทำให้เก็บกินและขจัดสิ่งแปลกลอมได้ดียิ่งขึ้น
2. นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-9 ชั่วโมง ขณะหลับร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้ การนอนหลับยังทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายความเครียด เพราะความเครียดและวิตกกังวลทำให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลินซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อร่างกายได้
3. สูดอากาศบริสุทธิ์ทุกวัน เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายต้องใช้ออกซิเจนเป็นอาหาร ถ้าเราขาดออกซิเจนเพียงไม่กี่นาทีเซลล์ก็จะตายได้
4. หมั่นออกไปรับแสงแดดยามเช้าทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ 6.30- 9.00 น. ร่างกายต้องการรังสีจากแสงอาทิตย์ เพื่อไปช่วยกระตุ้นกระบวนการทำงานของระบบสารเคมีในร่างกายซึ่งจะส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และสร้างวิตามินดีที่ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง ทำให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรง เพราะฉะนั้นควรให้ร่างกายถูกแดดวันละ 30 นาทีในช่วงเวลาดังกล่าว
5. เสียงหัวเราะเป็นยาคลายเครียดได้อย่างมหัศจรรย์ พยายามทำจิตใจให้เบิกบาน หมั่นเติมรอยยิ้มบนใบหน้าเป็นประจำ เพราะความเครียดทั้งอารมณ์และจิตใจส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เมื่อไหร่ที่เครียด ความสามารถในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันจะลดลง
6. การอาบน้ำอุ่นสลับกับน้ำเย็นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ ให้อาบน้ำอุ่น 3 นาที สลับด้วยน้ำเย็น 2 นาที ทำสัก 3 รอบ วิธีนี้ยังทำให้ระบบเลือดหมุนเวียนได้ดี และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อทำให้ร่างสดชื่นเบาสบายขึ้นอีกด้วย












