Comments Off

ถึงเวลาสร้างภูมิคุ้มกัน :Recharge Your Immune System

2011
12.24

หน้าหนาวแล้วนะค่ะ..สุขภาพเป็นยังไงบ้างค่ะ

วันนี้มาลองดูวิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายกันดีกว่านะค่ะ

ร่างกายแข็งแรง..เราก็พร้อมสู้ลมหนาวแล้วค่ะ^^

ถึงเวลาสร้างภูมิคุ้มกัน :Recharge Your Immune System

ป่วยง่าย อ่อนเพลียเป็นประจำ หน้าตาดูไม่ค่อยสดใสเหมือนคนนอนไม่เต็มที่ เรี่ยวแรงพลังไม่ค่อยมี…อาการเหล่านี้เป็นไปได้ว่าภูมิคุ้มกันอาจลดน้อยลงหรือไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ถึงเวลาต้องหันมาชาร์จแบตให้ภูมิคุ้มกันร่างกายกันบ้างแล้ว

ใครๆก็อยากมีสุขภาพร่างกายสดใสแข็งแรง แต่จะได้ดั่งใจหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของร่างกายนั่นเอง ภูมิต้านทานเป็นปราการสำคัญที่จะคอยปกป้องร่างกาย ป้องกันการจู่โจมของเชื้อโรคต่างๆ สารพิษนานาชนิด จนถึงสิ่งแปลกปลอมทั้งหลายที่เข้าสู่ร่างกาย โดยอาจติดมากับอาหารหน้าตาน่ากินสารพัด หรือมีการปะปนในอากาศที่สูดหายใจ จนถึงอยู่ในบรรยากาศแวดล้อมต่างๆ สิ่งเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ถ้าภูมิคุ้มกันร่างกายมีสภาวะแข็งแรง มีปริมาณพอเหมาะก็จะสามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายได้ แต่เมื่อไหร่ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอและมีปริมาณไม่สมดุล ร่างกายก็จะรับมือไม่ไหว ขณะที่ฝ่ายรุกรานก็จะขยายตัวเพิ่มขึ้น กลายเป็นต้นเหตุของความเจ็บไข้และโรคภัยต่างๆ

>>เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง

ปกติแล้วคนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีเกิดจาก 2 ปัจจัยร่วมกัน นั่นก็คือ กรรมพันธุ์ที่ได้รับถ่ายทอดมาอย่างหนึ่ง ทำให้มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงดีอยู่แล้ว กับอีกอย่างหนึ่งก็คือการดูแลรักษาสุขภาพ เช่น กินอาหารครบหมู่ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายพอเหมาะ แต่ทุกวันนี้ในแทบทุกมิติของการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นในการงานอาชีพ การกินอยู่ การเดินทาง สิ่งบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ มลพิษจากสิ่งแวดล้อม มีผลทำให้ระบบภูมิต้านทานของผู้คนอ่อนแอลง หลายคนมีภูมิคุ้มกันต่ำลงโดยไม่รู้ตัว จึงไม่สนใจ ไม่เอาใจใส่กระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน และเป็นเหตุให้ติดเชื้อง่าย เจ็บป่วยบ่อย หรือเมื่อเป็นก็มักรุนแรง  แม้แต่ในเวลาที่เครียดก็จะส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ออกฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งพอเครียดบ่อยๆ เข้า ภูมิคุ้มกันจะทำงานได้ไม่เต็มที่ และมีโรคภัยเข้าแทรกแซงได้

ส่วนระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานซับซ้อนขึ้นร่างกายจะผลิตสารภูมิคุ้มกันหรือที่เรียกว่า แอนติบอดี (Antibody) ขึ้นหลังจากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายหรือมีโปรตีนผิดปกติเข้ามา โดยเป็นระบบที่แยกตัวมาทำงานได้ทันทีหากว่ามีเชื้อโรคเจาะทะลุด่านแรกมาได้ เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวแต่ละกลุ่มจะช่วยกันทำงานด้วยวิธีการที่หลากหลายและน่าทึ่งอย่างกรูเข้าไปกินและย่อยสลายสิ่งแปลกปลอม ส่งสัญญาณให้รู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมบุกเข้ามาเพื่อกระตุ้นให้เซลล์หน่วยคุ้มกันเพิ่มจำนวนและเติบโตอย่างรวดเร็ว จากนั้นจะจดจำสิ่งแปลกปลอมนั้นๆไว้ เมื่อไหร่ที่เล็ดลอดเข้ามาอีกก็จะได้แยกแยะและขจัดออกไปโดยเร็วจนไม่ทันก่ออาการของโรค

วิธีกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย

1. ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะจะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนเลือด ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกหมุนเวียนไปยังเซลล์ทั่วร่างกายและทำให้เก็บกินและขจัดสิ่งแปลกลอมได้ดียิ่งขึ้น

2. นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-9 ชั่วโมง ขณะหลับร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้ การนอนหลับยังทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายความเครียด เพราะความเครียดและวิตกกังวลทำให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลินซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อร่างกายได้

3. สูดอากาศบริสุทธิ์ทุกวัน เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายต้องใช้ออกซิเจนเป็นอาหาร ถ้าเราขาดออกซิเจนเพียงไม่กี่นาทีเซลล์ก็จะตายได้

4. หมั่นออกไปรับแสงแดดยามเช้าทุกวัน ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ 6.30- 9.00 น. ร่างกายต้องการรังสีจากแสงอาทิตย์ เพื่อไปช่วยกระตุ้นกระบวนการทำงานของระบบสารเคมีในร่างกายซึ่งจะส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และสร้างวิตามินดีที่ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง ทำให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรง เพราะฉะนั้นควรให้ร่างกายถูกแดดวันละ 30 นาทีในช่วงเวลาดังกล่าว

5. เสียงหัวเราะเป็นยาคลายเครียดได้อย่างมหัศจรรย์ พยายามทำจิตใจให้เบิกบาน หมั่นเติมรอยยิ้มบนใบหน้าเป็นประจำ เพราะความเครียดทั้งอารมณ์และจิตใจส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เมื่อไหร่ที่เครียด ความสามารถในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันจะลดลง

6. การอาบน้ำอุ่นสลับกับน้ำเย็นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ ให้อาบน้ำอุ่น 3 นาที สลับด้วยน้ำเย็น 2 นาที ทำสัก 3 รอบ วิธีนี้ยังทำให้ระบบเลือดหมุนเวียนได้ดี และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อทำให้ร่างสดชื่นเบาสบายขึ้นอีกด้วย

Comments Off

ปัญหาสิวๆ แก้ได้..มาดูเทคนิค Fight Adult Acne กัน

2011
11.30

ใบหน้างามๆของเรา..มักจะมีปัญหาหนึ่งเข้ามากวนใจเสมอ..

ใช่แล้วค่ะ..เจ้าสิวตัวร้ายนั้นเองที่ชอบมาวุ่นวายกับความงามของเรา

มาดูเทคนิคการสูกับสิวกันค่ะ..อ่าเจอมา รีบเอามาแชร์..สู้สิวกันค่ะ

ปัญหาสิวๆ แก้ได้..มาดูเทคนิค Fight Adult Acne กัน

ปัญหาสิวใช่ว่าจะเกิดเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ทุกวันนี้ผู้หญิงวัยทำงานหรือวัยผู้ใหญ่เองก็เป็นสิวกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แม้แต่ในผู้ที่ไม่เคยเป็นสิวช่วงวัยรุ่นเลยก็ตาม แถมเมื่อเป็นแล้วยังหายช้าอีกด้วย มาดูกันว่าสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาสิวในวัยนี้เกิดจากอะไรและวิธีป้องกันที่เหมาะสม รวมทั้งอัพเดตทรีตเม้นต์รักษาสิวใหม่ล่าสุดที่เห็นผลเร็วสำหรับวัยผู้ใหญ่โดยเฉพาะ

::: WHAT YOUR BREAKOUTS MEAN :::

ตำแหน่งการเกิดสิวสามารถบ่งบอกความผิดปกติภายในร่างกายได้ ดูได้จากเช็คลิสต์ด้านล่างนี้

//A// บริเวณหน้าผาก – อาจเกิดปัญหาที่ระบบการทำงานของลำไส้เล็ก หรือมีความเครียดสูง
How to Fix It – เคี้ยวอาหารให้ช้าลงเพื่อช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น

// B // บริเวณหว่างคิ้ว – ตับได้รับสารพิษจากอาหารมากเกินไปจนต้องทำงานหนักขึ้น รวมทั้งกินอาหารดึกเกินไป
How to Fix It – ดีท็อกซ์ของเสียด้วยการดื่มน้ำสะอาดผสมน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) หรือน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะเป็นประจำทุกวัน และกินผักสดให้มากๆ

// C // บริเวณห่างจากข้างจมูกประมาณ ¼ นิ้ว หรือก่อนถึงโหนกแก้มเล็กน้อย – มีความผิดปกติที่กระเพาะอาหาร
How to Fix It – กินอาหารสดใหม่และสะอาด

// D // บริเวณจมูกและเหนือริมฝีปาก – มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและระบบสืบพันธุ์รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
How to Fix It – งดแอลกอฮอล์และอาหารรสเค็มจัด กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น รวมทั้งออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

// E // บริเวณคาง – มีปัญหาที่ระบบต่อมไร้ท่อซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและประสานการทำงานของระบบต่างๆทั่วร่างกาย
How to Fix It – ลดการกินเนื้อสัตว์หรือเลือกชนิดที่เป็นออร์แกนิกรวมทั้งอาหารรสเผ็ดจัด

————————————————————————————————

::: ACNE CAUSES สาเหตุการเกิดสิวมีทั้งปัจจัยจากภายในและภายนอก :::

>>Internal Factors ปัจจัยจากภายในที่เป็นตัวกระตุ้นการเกิดสิว

1.Hormones
ปริมาณฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชายที่มีมากจนเกินไปทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงในช่วงมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ มีความเครียด หรือช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือนเพราะฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนเริ่มลดน้อยลง จึงเหลือฮอร์โมนเพศชายเป็นตัวหลัก ซึ่งในบางคนที่ผิวยังมีความมันอยู่จะมีโอกาสเกิดสิวได้ง่ายกว่า
The Solution
ใช้ยาชนิดรับประทานหรือยาคุมกำเนิดโดยแพทย์เป็นผู้แนะนำ ซึ่งตัวยาเหล่านี้จะช่วยต้านฮอร์โมนเพศชายและลดการหลั่งไขมันของต่อมไขมัน นอกจากนี้อาจมีการใช้ยาทารักษาสิวควบคู่ไปด้วย แต่ในส่วนของยาปฏิชีวนะนั้นจะแตกต่างกันโดยจะเน้นยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและลดการอักเสบของสิว

2.Stress
ความเครียดหรือวิตกกังวลเป็นตัวการทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดที่เรียกว่าคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาซึ่งไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นจนก่อให้เกิดสิวได้เมื่อรวมกับเซลล์ผิวเก่าที่อุดตันรูขุมขนและเชื้อแบคทีเรีย
The Solution
ฝึกปรับไลฟ์สไตล์ อารมณ์ และจิตใจให้ห่างไกลจากความเครียด เช่น หากิจกรรมที่เพลิดเพลินและผ่อนคลายทำ รวมทั้งฝึกหายใจเข้าออกลึกๆและนอนหลับให้เพียงพอ นอกจากนี้ควรกินอาหารที่ช่วยสร้างเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ช่วยให้จิตใจสงบและช่วยควบคุมความหิวหรืออารมณ์โกรธได้ เช่น ช็อกโกแลตดำ กล้วยหอม ข้าวกล้อง ถั่ว และธัญพืชซึ่งอุดมด้วยวิตามินบีช่วยบำรุงระบบประสาทและรักษาระดับน้ำตาลภายในร่างกายให้คงที่ นอกจากนี้สามารถกินวิตามินเสริม เช่น วิตามินบี แคลเซียม หรือแมกนีเซียมได้เช่นกัน

3.Food
อาหารบางประเภทมีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เช่น นมหรือผลิตภัณฑ์จากนม ไม่ว่าจะเป็นขนมเค้ก เบเกอรี่ ชีส ไอศกรีม หรือโยเกิร์ต เพราะนมเป็นอาหารย่อยยากทำให้เกิดการหมักหมมในกระเพาะอาหารและเกิดการเจริญเติบโตของยีสต์ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ส่วนเนื้อสัตว์ที่ผ่านการให้ฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโตก็มีส่วนไปกระตุ้นการผลิตน้ำมันในเซลล์ผิวได้เช่นกัน นอกจากนี้อาหารประเภทแป้งและมีปริมาณน้ำตาลสูงโดยเฉพาะชนิดที่ขัดขาวก็มีส่วนทำให้ฮอร์โมนแปรปรวนและมีผลต่อการหลั่งน้ำมันในรูขุมขนมากผิดปกติ  รวมทั้งทำให้เซลล์ผิวเกิดการอักเสบและเสื่อมสภาพ ระบบการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เกิดการอุดตันขึ้นในที่สุด
The Solution
เลือกอาหารประเภทออร์แกนิกและผลิตภัณฑ์นมหรือเนื้อที่ไม่ใช้ฮอร์โมน นอกจากนี้ควรลดอาหารและขนมรสหวานที่ใช้น้ำตาลขัดขาวเป็นส่วนผสม รวมทั้งอาหารสำเร็จรูปต่างๆเพื่อป้องกันการอักเสบภายในเซลล์ผิวและควบคุมร่างกายไม่ให้หลั่งอินซูลินมากเกินไป เพราะอินซูลินมีส่วนกระตุ้นการเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายในร่างกายซึ่งมีผลต่อการเพิ่มน้ำมันในรูขุมขนได้

>>External Factor ปัจจัยจากภายนอกที่เป็นตัวกระตุ้นการเกิดสิว

1.Sun Exposure
จากความเชื่อที่ว่าแสงแดดจะช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้นนั้น แท้ที่จริงแล้วแสงแดดกลับยิ่งทำให้ผิวแย่ลงไปอีก เพราะทำให้ผิวหนังอักเสบ ส่งผลให้ร่างกายเร่งสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นอย่างผิดปกติเพื่อทดแทนเซลล์ผิวที่ถูกทำลายไป และเมื่อผิวหนังมีการผลัดเซลล์ผิวเก่าไม่ทันจะทำให้เกิดการอุดตัน นอกจากนี้ยังทำให้ผิวร่วงโรยและเกิดจุดด่างดำเร็วขึ้นด้วย
The Solution
ทาครีมกันแดดหรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดเป็นประจำทุกวัน แต่ถ้ากลัวว่าจะยิ่งทำให้หน้ามันและเกิดสิวลองเลือกชนิด Physical Sunscreen ซึ่งเป็นสารกันแดดสะท้อนแสงเพื่อป้องกันไม่ให้รังสียูวีแทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมจำพวกแร่ธาตุต่างๆ เช่น ไทเทเนียมไดออกไซด์และซิงก์ออกไซด์ ซึ่งมีอนุภาคเป็นสีขาว ทาแล้วอาจดูขาววอกได้ แต่โอกาสแพ้หรือเกิดสิวอุดตันมีน้อยกว่า หรือเลือกชนิดที่เป็นเนื้อเจลหรือโลชั่นที่ไม่ผสมน้ำมัน (oil free) สำหรับผิวมัน

2.Heavy Makeup
เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันและมีเนื้อที่หนาหนักซึ่งก่อให้เกิดการอุดตันรวมทั้งสารเคมีบางชนิดสามารถทำให้ผิวเกิดอาการแพ้จนเป็นสิวอักเสบได้ โดยสิวจะมีลักษณะเป็นผื่นแดงที่แก้ม คาง และหน้าผาก โดยมักเห็นอาการภายใน 1-2 สัปดาห์ นอกจากนี้การไม่ค่อยทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้า เช่น แปรงปัดหน้า พู่กันแต่งตาและปาก รวมทั้งพัฟฟ์สามารถทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน เพราะเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียชั้นดีทีเดียว
The Solution
ลองใช้ผลิตภัณฑ์สูตรปราศจากน้ำมันหรือที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedogenic) นอกจากนี้ควรเลือกชนิดที่ไม่มีน้ำหอมเพื่อป้องกันอาการแพ้และระคายเคือง หรือลองใช้เครื่องสำอางสูตรมิเนอรัลจากธรรมชาติซึ่งมีอนุภาคขนาดเล็กที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตันและไม่มัน สำหรับผู้ที่มักมีสิวรอบๆริมฝีปากควรหลีกเลี่ยงลิปสติกเนื้อมันวาวและลิปกลอสเพราะมีส่วนผสมจากแวกซ์และปิโตรเลียมซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันได้ ดังนั้นควรหยุดใช้ไปก่อนหรือเลือกเนื้อออกแมตต์จะดีกว่า นอกจากนี้อย่าลืมทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง

3.Harsh Skincare
การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมรุนแรงเกินไป เช่น เรตินอล กรดวิตามินต่างๆ หรืออนุพันธ์วิตามินซี รวมทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเป็นสิวบางชนิดซึ่งมีส่วนผสมที่ทำให้ผิวแห้งจนผิวต้องเร่งผลิตน้ำมันออกมามากเพื่อมาหล่อเลี้ยงผิวที่แห้ง ก็ทำให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบขึ้นได้
The Solution
หยุดใช้สกินแคร์นั้นทันทีและควรรักษาสิวให้หายดีก่อนจึงค่อยเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสิวสูตรอ่อนโยนโดยมีส่วนผสมที่ช่วยลดการอุดตันรูขุมขน เช่น Salicylic Acid , Tea Tree Oil และ Benzoyl Peroxide เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ แต่ถ้าแพ้ส่วนผสมเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ และเมื่อสิวหายดีแล้วควรพักการใช้สกินแคร์เหล่านี้บ้าง หันไปใช้ผลิตภัณฑ์ปกติที่มีส่วนผสมอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำมัน และน้ำหอม

————————————————————————————————

::: ACNE TIPS :::

1.อย่าสัมผัสหรือแกะสิว หากต้องการปกปิดรอยสิวควรเลือกคอนซีลเลอร์สำหรับผิวเป็นสิวโดยเฉพาะเพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แต่ควรทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดหมดจดในภายหลังด้วย
2.ลดความมันส่วนเกินระหว่างวันด้วยกระดาษซับมันหรือล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าหากมีเหงื่อออกมาก
3.ฝึกนวดเพื่อขจัดของเสียบริเวณต่อมน้ำเหลืองด้วยตนเองหรือทำทรีตเม้นต์นวดผิวหน้าเพื่อช่วยระบายของเสียที่คั่งค้างใต้ผิว
4.อบไอน้ำผิวหน้าบ้างเพื่อช่วยเปิดรูขุมขนและระบายสิ่งอุดตันออกไป ลองใช้วิธีง่ายๆ เช่น เทน้ำร้อนลงในชามแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ชามเพื่อให้ไอน้ำปะทะกับใบหน้า อาจใช้ผ้าเช็ดตัวครอบศีรษะและชามจากด้านหลังเพื่อช่วยกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น ควรทำก่อนล้างหน้าหรือสครับผิวหน้า
5.อย่าละเลยการทำความสะอาดผิวบริเวณกรอบใบหน้าหรือแนวไรผมและช่วงใบหูด้วย
6.หากมีสิวเป็นเม็ดอยู่ควรงดการสครับใบหน้าไปก่อนเพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองและติดเชื้อ
7.ล้างแชมพู ครีมนวดผม และผลิตภัณฑ์สไตลิ่งผมออกให้หมดจดเพื่อป้องกันสิ่งตกค้างอุดตัน
8.ทำความสะอาดหมอนและปลอกหมอนอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
9.ลดการกินอาหารดิบๆเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้

ขอบคุณข้อมูล ELLE Magazine

Comments Off

ง่ายๆกับเทคนิคแต่งหน้าสไตล์เกาหลี^^

2011
11.28

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง..เรื่องความงามเราไม่ยอมแพ้ใครอยู่แล้ว..จริงมั๊ยค่ะ

หน้าหนาวอย่างนี้ ยังมีการแต่งหน้าสไตล์เกาหลร นะค่ะ..ที่ยังไม่ตกเทรนง่ายๆ

วันนี้เลยเก็บความงามมาฝาก..ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง..คนสวยอย่างเราไม่พลาดอยู่แล้วเนอะ

ง่ายๆกับเทคนิคแต่งหน้าสไตล์เกาหลี^^

1. BB Cream เป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ เรียกได้ว่าขาดเธอขาดใจ หัวใจสำคัญคือเลือกสีให้เหมาะกับผิวหน้า บีบี ครีมนอกจากจะให้แทนรองพื้นได้แล้ว ยังช่วยให้ผิวหน้าดูสุขภาพดีอีกด้วย

2. แป้งฝุ่น แป้งหนาๆ .. เราไม่เอา อย่าคิดไปว่าโบกแป้งหน้าๆจะได้ดูเนียนเด้ง จริงๆแล้วสีผิวหน้าเราดูดีควรแก่การโชว์จะตายไป การลงแค่แป้งฝุ่นจะดีกับคุณมากกว่า เพราะแป้งพัพ อาจเกิดการเปลี่ยนสีเมื่อโดนเหงื่อ หรือเวลาผ่านไป ยิ่งทำให้หน้าดูหมอง สังเกตุเวลาที่เช็ดเครื่องสำอาง ผิวของเราดูดีกว่าตอนมีแป้งเยอะเลย

3. อายแชร์โด้ เป็นอีกไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยนะ อย่าคิดว่าไม่ใช้ก็ไม่มีใครเห็น ดวงตาใสๆของสาวๆเกาหลี หากคุณมองใกล้ๆ พวกเธอทาอายแชร์โด้ไว้ตลอดล่ะ เพราะไม่ได้เป็นสิ่งยุ่งยากอะไร ขอแค่ใช้อายแชร์โด้สีเบจสีประกายเล็กน้อย หรือสีชมพูอ่อน ทาไปบนเปลือกตาก่อนเขียนอายไลน์เนอร์ ก็ช่วยสร้างความดึงดูดได้อย่างลับๆ

4. มาสคราร่า จะบอกว่าสำคัญกว่าอายไลน์เนอร์อีกนะ ขนตางอนๆช่วยให้ผู้หญิงดูอ่อนโยน ทุกครั้งที่กระพริบตาหนุ่มเป็นต้องหันมามองทุกครั้ง เพียงแค่ปัดมาสคราร่าให้เรียงตัวงอนออก รอบดวงตา อย่าหวังพึ่งคนตาปลอมเพราะมันดูไม่ธรรมชาติ และดูเกินความจำเป็น

5. อายไลน์เนอร์ ไม่เอ่ยถึงสิ่งนี้คงไม่ได้ แต่สำหรับสาวไทยตาคมแล้ว การรีดอายไลน์เนอร ์ ที่ดูหน้าเกินไป จะทำให้ดูดุหนุ่มๆไม่กล้าเข้าใกล้แน่นอน วิธีที่ดาราเกาหลีนิยมใช้กันมากๆ เลยก็คือ การเขียนขอบตาไว้ด้านใน โดยเขียนไปตามแนวขอบตาบน ให้ชิดกับขนตาด้านใน อย่าหนาเกินแนวขนตา แค่นี้ก็ช่วยให้ดูตากลมน่าสบตาด้วยแล้ว

6. ลิปกรอส การลงลิปสติกนั้นอาจดูมากไป และทำให้สาวๆดูมีอายุได้ ดังนั้นการทาเพียง ลิปกรอสบางๆ ให้ปากดูสุขภาพดี เพียงแค่นี้ก็ช่วยให้สวยและไม่หนักจนเกินไป

มาสร้างความงามกับอีกทางเลือกของการแต่งหน้าค่ะ^^

Comments Off

Windy Winter : แต่งหน้าเทรนฤดูหนาว

2011
11.25

หน้าหนาวกำลังมาถึงแล้วนะค่ะ เรามาดูเทรนแต่งหน้าสำหรับหน้าหนาวกัน จะได้ไม่ตกเทรน

จะเป็นสไตล์ใสๆน่ารัก ท่องไว้นะค่ะ ” ผู้หญิงอย่าหยุดสวย”

ก็เลยตามล่าวิธีแต่งหน้าสำหรับฤดูหนาวมาฝากกัน..ไปดูกันเลยค่ะ

Windy Winter : แต่งหน้าเทรนฤดูหนาว

 

Cute Purple Pastel
● แต้มไฮไลท์เนื้อลิควิดสีชมพูบริเวณทีโซน โหนกแก้ม และร่องแก้มแล้วเกลี่ยจนเนียนสนิทไปกับผิว เพื่อให้ดูเปล่งประกายอมชมพู
● ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยครีมไบรเทนเนอร์บริเวณเปลือกตาและรอบดวงตาเพื่อให้ผิวรอบดวงตาดูสว่างสดใส
● ไล้อายแชโดว์สีม่วงเข้มบริเวณชั้นพับตา แล้วไล้อายแชโดว์สีม่วงอ่อนผสมประกายกลิตเตอร์ที่หัวตาและขอบตาล่าง ให้ดวงตาดูกลมโตยิ่งขึ้น
● ปัดบลัชออนสีส้มเอพริคอตที่ข้างแก้ม และใช้ผงบลัชออนที่เหลือติดแปรงปัดปลายจมูกเบาๆ
● ทาลิปกลอสสีชมพูแวววาวให้ทั่วเรียวปาก ก่อนทาทับบริเวณกึ่งกลางริมฝีปากอีกครั้ง

พร้อมแล้วลุยกันเลยค่ะ..หนาวแค่ไหนก็ไม่หวั่น^^

ขอบคุณข้อมูล สุดสัปดาห์
Comments Off

แถลงการยกเลิก Ultraman Live 2011 in Thailand Ep.8 UltraBrother

2011
11.24

แถลงการยกเลิก Ultraman Live 2011 in Thailand Ep.8 UltraBrother

แถลงการยกเลิกการแสดง Ultraman Live 2011 in Thailand Ep.8 UltraBrother ในวันที่ ในวันที่ 20 – 23 ตุลาคม2554 ค่ะ..อดดูเลยยยย

จากเดิมที่มีกำหนดการ แสดง Ultraman Live 2011 in Thailand Ep.8 UltraBrother ได้ประกาศยกเลิกการแสดงเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมค่ะ

Ultraman Live 2011 in Thailand Ep.8 UltraBrother ขอประกาศยกเลิกการจัดงาน
ในวันที่ 20 – 23 ตุลาคม2554
ทุกรอบการแสดง ลูกค้าสามารถรับเงินคืนได้ตั้งแต่วันที่ 27ตุลาคม – 16 ธันวาคม 2554
ที่ โทเทิ่ล เรสเซอร์เวชั่น เอาท์เล็ททุกสาขา

ลูกค้าท่านใดที่ซื้อบัตรผ่านระบบออนไลน์ของเว็บไซต์
www.totalreservation.com
กรุณาดาวน์โหลด แบบฟอร์มเพื่อรับเงินคืน
พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน (รับรองสำเนาถูกต้อง)
และใบเสร็จรับเงินมาส่งที่ salesticket@totalreservation.com
โดยรายการของการคืนเงินจะแสดงใน
รอบบิลถัดไป
โอกาสหน้ามาใหม่เน้ออออออ Ultraman^^
Comments Off

“JYJ” บริจาคเงิน 200ล้านวอน ช่วยประเทศไทย

2011
11.23

“JYJ” บริจาคเงิน 200ล้านวอน ช่วยประเทศไทย

JYJ บริจาคเงินเป็นจำนวน 200,000,000 วอน เพื่อช่วยเหลือประเทศไทยที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน World Vision International กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 JYJ ได้บริจาคเงินจำนวน 200 ล้านวอน เพื่อช่วยเหลือประเทศไทยที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม

โดย JYJ กล่าวว่า เราเห็นและตระหนักได้ว่าโครงการบริจาคสงเคราะห์ญี่ปุ่นของพวกเราช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ลำบากทั้งทางกายและทางใจจากเหตุแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเราก็ทราบอยู่ว่าขณะนี้ประเทศไทยก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก เราได้ยินมามากว่าน้ำท่วมที่ประเทศไทยสร้างความเสียหายและผลกระทบเป็นอย่างมาก พวกเราจึงยืนยันที่จะต้องทำในสิ่งที่พวกเราสามารถทำได้เท่ากับที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่พวกเราได้รับความจากทุกๆ คนมาก ก็ขอให้แฟนๆ ชาวไทยทุกคน รวมถึงชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมในเร็ววันครับ

เงินบริจาคของ JYJ จะถูกนำไปใช้ในการจัดส่งสิ่งของยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และซ่อมแซมปรับปรุงฟื้นฟูสิ่งที่ได้รับความเสียหาย

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ JYJ ได้บริจาคเงินจำนวน 600 ล้านวอน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม จัดส่งให้ World Vision จำนวน 30 ล้านวอน เมื่อปีที่แล้ว และปัจจุบันก็ช่วยเหลือเรื่องการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัย และห้องน้ำในโรงเรียนประถมที่ Congo

ขอบคุณข้อมูลจาก Popcornfor2.com
Comments Off

สาว “Wonder Girls” เผยภาพแฟชั่นน่าทึ่งกับนิตยสาร “VOGUE”

2011
11.22

สาว “Wonder Girls” เผยภาพแฟชั่นน่าทึ่งกับนิตยสาร “VOGUE”

สาว “Wonder Girls” เผยภาพแฟชั่นน่าทึ่งกับนิตยสาร “VOGUE”

สาว “Wonder Girls” เผยภาพแฟชั่นน่าทึ่งกับนิตยสาร “VOGUE”

ในเวลานี้ Wonder Girls ได้เดินทางกลับสู่บ้านเกิดที่ประเทศเกาหลี โดยสาวๆ ทั้ง 5 ได้แสดงให้เห็นถึงความเติบโตจากไอดอลกรุ๊ปธรรมดากลายมาเป็นดาวเด่นในระดับประเทศ ในนิตยสารแฟชั่น ‘VOGUE’ ฉบับเดือนธันวาคมนี้ JYPE ได้ทำการเปิดเผยภาพแฟชั่นใหม่ล่าสุดของสาวๆ ผ่านทาง Twitter ทางการของพวกเธอ ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน

เมื่อเทียบกับคอนเซ็ปต์ในเพลง ‘Be My Baby’ ภาพถ่ายแฟชั่นครั้งนี้จะโชว์ให้แฟนๆ ได้เห็นด้านใหม่อีกด้านของสาวๆ ซอนเย (Sunye) จะมาในลุคใหม่ด้วยผมสีน้ำตาลแดง และโพสท่ากับนกฟลามิงโก้ ส่วนเยอึน (Ye Eun) เป็นเหมือนดั่งเจ้าหญิงหิมะ กับเมคอัพสีดำที่ดูสะดุดตา และเธอกำลังโพสท่าอยู่บนม้าสีขาวอย่างสง่างาม ในส่วนของยูบิน (Yubin) และฮเยลิม (Hye Lim) ได้โพสถ่ายภาพร่วมกัน โดยฮเยลิมได้ทำสีผมสีแดงเหมือนกับไฟที่ร้อนแรง และยูบินมาในชุดสูทสีดำสุดเท่พร้อมกับหมวกสีแดง ในส่วนของโซฮี (Sohee) เก๋ไก๋ด้วยผมสีบลอนด์และชุดเดรสสีดำซีทรู ที่เผยให้เห็นเรือนร่างสุดเซ็กซี่ของเธอในด้านข้าง

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะสร้างความตกตะลึงให้กับแฟนๆ แต่สมาชิกทั้งห้าของวง Wonder Girls  ก็ได้โชว์ให้เห็นถึงการถ่ายแบบสำหรับแฟชั่นชั้นสูงของพวกเธอ อาทิ ภาพของโซฮีที่สวมใส่เสื้อของแบรนด์ Louis Vuitton  พร้อมกับหูกระต่ายและนั่งถือนาฬิกาแบบโบราณเอาไว้ เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลPopcornfor2.com


				
Comments Off

เลือกช่างภาพงานแต่งงานอย่างไรให้ดีที่สุด

2011
11.21

เพิ่งกลับมาจากงานแต่งงานของเพื่อน

ตอนนียังอินอยู่เลยค่ะ…อยากจัดงานแต่งานจัง..แต่ว่าคงมิได้เพราะแต่งไปแล้ว..งั้นเอาเรื่องเกี่ยวกับการเทคนิคการเลือกช่างภาพมาฝากค่ะ

อ่านเจอพอดี..น่าสนใจดีค่ะ,,ลองดูนะค่ะ

เลือกช่างภาพงานแต่งงานอย่างไรให้ดีที่สุด

    ภาพงานแต่งเป็นภาพความทรงจำที่สวยงามและน่าจดจำ แม้เวลาจะผ่านไปก็ตามคุณยังสามารถนำไปโชว์ให้ลูกๆหลานๆ ได้ชื่นชมได้อีกในอนาคต การเลือกช่างภาพที่จะมาถ่ายรูปให้ในวันพิเศษสุดของคุณก็เป็นสิ่งที่สำคัญและต้องใช้เวลา ขอแนะนำวิธีที่จะช่วยคุณในการตัดสินใจเลือกช่างภาพงานแต่งที่ดีที่สุดสำหรับวันสำคัญของคุณ

ประสบการณ์ช่างภาพ : ตรวจสอบก่อนว่าช่างภาพมีประสบการณ์ในการถ่ายภาพงานแต่งงานมานานแค่ไหนแล้ว ขอย้ำนะคะว่า “ประสบการณ์ในการถ่ายภาพงานแต่งงาน” เพราะการถ่ายภาพงานแต่งก็จะแตกต่างจากการถ่ายภาพประเภทอื่น ช่างภาพบางท่านมีประสบการณ์ในการถ่ายภาพมานาน เช่น 10 ปี 15 ปี แต่เพิ่งจะมาถ่ายภาพงานแต่งงานเมื่อปี สองปีหลังนี่เอง เพราะฉะนั้นขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ

ผลงานภาพถ่าย : เป็นใจหลักสำคัญเลยในการตัดสินใจที่จะเลือกช่างภาพงานแต่งงานของคุณ วิธีง่ายๆ ก็คือขอดู album ภาพงานแต่งที่ช่างภาพคนนั้นๆ ได้บันทึกเอาไว้  ก็ขอแนะวิธีการดูผลงานการถ่ายภาพคร่าวๆไว้ดังนี้ค่ะ

เป็น album ภาพที่บอกเรื่องราวของงานแต่งงานได้ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบหรือไม่ ?
ช่างภาพได้ให้คุณดู album งานแต่งงาน เพียงงานเดียวของบ่าวสาวเพียงคู่เดียวที่ได้รับการคัดเลือกมา หรือให้ดูหลายคู่หลายๆ album
ภาพถ่าย มีหลายๆแบบหลากหลาย style หรือไม่? เช่น มีทั้ง close up หน้า, candid, เต็มตัว หรือเน้นเป็นแบบ style ใด style หนึ่ง
การจัดวางของภาพ หรือจัดวางตำแหน่งภาพดูแล้วสมดุลเป็นมืออาชีพหรือไม่? เช่นถ้าเป็นการถ่ายภาพหมู่เต็มตัว ไม่มีใครในภาพเห็นหน้าแค่ครึ่งเดียว
มีการถ่ายรายละเอียดของบรรยากาศงานแต่งใน album ภาพหรือไม่? เช่น detail ชุดเจ้าสาว ชุดเจ้าบ่าว ภาพเค๊กแต่งงาน ภาพดอกไม้ ภาพแสดงสีหน้าหรือความรู้สึกแขกที่มางาน คุณพ่อคุณแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาว
นอกจากภาพคู่บ่าวสาวแล้ว ควรพิจารณาภาพแขกที่มาในงาน รวมถึงเพื่อนๆ ญาติๆ ว่าออกมาดูดี มีสีหน้าแสดงความสุข สดชื่น ผ่อนคลายหรือไม่?
สุดท้าย ลองถามตัวคุณเองด้วยว่าคุณจะพอใจหรือไม่? ถ้าคุณได้ภาพลักษณะเดียวกับ album ภาพที่ช่างภาพนำมาให้คุณดูเป็นตัวอย่าง

รูปแบบของภาพ : ศึกษาจากลักษณะและรูปแบบภาพถ่ายของช่างภาพคนนั้นว่าโดนใจคุณหรือไม่ เป็นแบบที่คุณชอบหรืออยากได้? เพราะช่างภาพแต่ละท่านก็จะถนัดหรือมี Style การถ่ายภาพที่แตกต่างกัน ดังนั้นคุณควรจะหาช่างภาพที่มีความถนัดในด้านการถ่ายภาพใน style ที่คุณชอบ เช่น ภาพ candid, ภาพเป็นทางการ, ภาพแนว journalist, ภาพสี, ภาพขาว-ดำ หรือ ภาพ sepia

ชื่อเสียงช่างภาพ : ช่างภาพที่มีชื่อเสียง ก็มักจะเป็นที่รู้จักของคนหลายๆ คน คุณก็สามารถหาข้อมูลและคำแนะนำได้จากญาติๆ หรือเพื่อนๆของคุณที่มีประสบการณ์มาก่อน เช่น สอบถามเรื่องการบริการ ขอดูตัวอย่าง album งานแต่งงาน หรือคุณอาจจะสอบถามคำแนะนำจากผู้ที่มีคลุกคลีในวงการ wedding ซึ่งอาจจะเป็น wedding planner เจ้าหน้าที่หรือ sale โรงแรมที่คุณจัดงานแต่ง หรือ ช่างจัดดอกไม้งานแต่ง เป็นต้น

ได้ช่างภาพตามที่ตกลงไว้ : คุณต้องมั่นใจได้ว่าช่างภาพที่จะไปถ่ายภาพงานแต่งให้คุณ เป็นช่างภาพที่คุณได้ระบุชื่อไว้ คุณอาจจะให้ทางร้านเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไปเลยว่าจะส่งช่างภาพที่คุณได้ระบุชื่อไว้ เนื่องจากบริษัทหรือ studio ถ่ายภาพมีช่างภาพหลายท่านพอถึงวันจริงหรือใกล้ๆวันแต่งงานเค้าก็อาจจะส่งคนอื่นมาแทนโดยอาจจะอ้างว่าช่างภาพที่คุณต้องการนั้นไม่ว่าง มาถึงตอนนี้คุณก็ต้องยอมรับไปปฏิเสธไม่ได้แล้วค่ะ เพราะฉะนั้นควรระวังไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณ

บุคลิกและนิสัยช่างภาพ : นอกจากผลงานแล้ว ลักษณะนิสัยและบุคลิกของช่างภาพก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม ก่อนตัดสินใจเลือกช่างภาพเราขอแนะนำให้คุณหาโอกาสเข้าไปเจอตัวและพูดคุยกับช่างภาพก่อน แล้วดูซิว่าการพูดจา และบุคลิกของช่างภาพ เข้ากับคุณได้หรือไม่ เพราะการที่ได้ช่างภาพที่เข้ากับคุณได้ จะทำให้คุณรู้สึก relax สบายๆ คุยกันรู้เรื่อง และในวันแต่งงานคุณก็จะได้ภาพที่สวยๆค่ะ

การแต่งกายของช่างภาพ : คุณต้องตรวจสอบกับช่างภาพก่อนว่าวันที่จะไปถ่ายภาพให้คุณนั้นจะแต่งกายแบบไหน เพราะช่างภาพที่แต่งกายเรียบร้อยถูกกาละเทศะก็จะช่วยเสริมให้งานแต่งงานของคุณดูดีขึ้นค่ะ

ราคา ค่าใช้จ่าย : ราคาค่าใช้จ่ายของช่างภาพอยู่ในงบประมาณที่คุณตั้งไว้หรือไม่ ? ถ้าเกินกว่างบประมาณ ก็ต้องมาดูว่าฝีมือ ผลงานและการบริการนั้นคุ้มค่ากับเงินที่คุณต้องจ่ายไปหรือไม่? คุณสามารถต่อรองราคาได้หรือไม่? และที่สำคัญต้องเข้าใจตรงกันด้วยว่าราคานั้นรวมค่าใช้จ่ายหรืออุปกรณ์อะไรบ้าง เช่น ไฟหน้าซุ้ม ไฟสปอตท์ อัลบั้ม กรอบรูป ล้างรูป ฟิมพ์ ราคาที่ร้านเสนอมามีช่างภาพกี่ท่าน เพราะบางร้านก็จะบอกราคาไว้ถูกแต่ถ้าคุณจะเพิ่มนู่นเพิ่มนี่ก็คิดราคาเพิ่มจุกจิก เช่น เพิ่มไฟหน้าซุ้ม (ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้แน่ๆ) ไฟสปอตไลท์ รวมเบ็ดเสร็จสับก็อาจแพงกว่าร้านที่บอกราคาไว้สูงกว่าแต่รวมอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

อุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพ : แม้ว่าคุณแจะไม่ใช่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ แต่ควรก็จะศึกษาไว้บ้างว่า ชนิดของกล้อง รุ่นกล้อง รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆที่ช่างถ่ายภาพจะใช้ในงานแต่งงานของคุณด้วย ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ควรจะมีความทันสมัยพอสมควร มีเลนส์หลายๆชนิด มีซูม มี Flash ที่มีคุณภาพเพียงพอ ถ้าหากใช้กล้อง digital ก็ต้องเลือกที่กล้องที่ให้ความละเอียดสูงซัก 15 ล้านพิกเซลขึ้นไป ถ้าเป็นกล้องฟิล์ม ก็ต้องมั่นใจว่าช่างภาพใช้ฟิล์มที่มีคุณภาพ

วันส่งงาน : ถามช่างภาพให้ชัวว์ด้วยว่าจะส่งภาพถ่ายงานแต่งให้คุณได้เมื่อไหร่ ใช้เวลากี่วันหลังจากงานแต่ง ถ้าเป็นกล้อง digital คุณจะได้ดูภาพแบบ digital proof เมื่อไหร่ โดยปกติถ้าเป็นกล้อง digital วันรุ่งขึ้นหรือ 2-3 วันถัดจากวันงานก็น่าจะได้ดูแล้วค่ะ แต่ถ้าเป็น album ก็อาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก บางร้านก็รอเป็นเดือนกว่าจะได้ดู ทั้งนี้ก็ขึ้นกับจำนวนงานที่ทางร้านมีด้วยว่ามากหรือน้อยเพียงใด

ข้อตกลงในการชำระเงิน : ตรวจสอบจำนวนเงินที่ต้องจ่าย เช่นการมัดจำ ถ้าต้องมีการยกเลิก หรือถ้าช่างภาพไม่ได้ไปถ่ายภาพในวันที่กำหนดไว้ ทางร้านจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอย่างไร? มันอาจจะดูเหมือนจะมีโอกาสน้อยที่จะเกิดขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามนะคะ เพราะทุกอย่างอาจเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ได้รับการแนะนำ : เป็นช่างภาพที่เพื่อนๆ ญาติๆ หรือคนที่รู้จักที่ได้ใช้บริการจริงแนะนำคุณมาว่าดี เพราะถ้าคุณไปเลือกช่างภาพที่ไม่เคยรู้จักหรือไม่มีที่ไหนแนะนำมาก่อน ก็อาจจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงมาอีกระดับหนึ่ง

มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร : เมื่อทำการตกลงว่าจะให้ช่างภาพมาถ่ายภาพงานแต่งให้ ช่างภาพหรือร้านถ่ายภาพที่ดีก็ควรมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ด้วย เช่น วันที่ต้องไปถ่ายภาพ ราคาทั้งหมด มัดจำไว้เท่าไหร่ ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์ที่ติดต่อได้ ทั้งของลูกค้าและของร้านถ่ายภาพ

ขอบคุณที่มา สยามวีว่าดอทคอม
Comments Off

เพลงยอดฮิตสำหรับงานแต่งงาน 2011

2011
11.16

วันนี้เอาเพลง 10 อันดับยอดฮิตสำหรับงานแต่่งงาน 2554 หรือ 2011 นี้มาฝากกันค่ะ..รักชอบเพลงไหนก็เลือกได้เลยค่ะ

แต่ตอนงานแต่งงานของเราใช้เพลง รักไม่ต้องการเวลาค่ะ…ลองดูนะคะ่

ว่าชอบเพลงไหน..จะได้เก็บไว้ในความทรงจำที่สวยงามของเรานะค่ะ

10 เพลงรักยอดฮิตงานแต่ง ปี 2011

1. เพลง เพราะอะไร – ป๊อด
2. เพลง เธอทั้งนั้น(สุดที่รัก) – groove Rider
3. เพลง พรหมลิขิต – เพลงประกอบละครเรื่อง วนิดา
4. เพลง 24.7 – Singular
5. เพลง คำสำคัญ – บี พีระพัฒน์
6. เพลง เจ้าหญิง – Boy & Pod
7. เพลง คนเดียวจริงๆ – เบน ชลาทิศ
8. เพลง น้ำผึ้งพระจันทร์ – Jetseter
9. เพลง ครั้งหนึ่ง – MUZU
10. เพลง ของขวัญ – Musketeers

10 เพลงสากลยอดนิยมในงานแต่งงาน 2011

1. Nothing Compares To You. – Sinead O’Connor
2. Close To You. – Maxi Priest
3. Power of Love. – Jennifer Rush
4. Love Me Tender. – Elvis Presley
5. I Can’t Help Falling in love with You. – Elvis Presley
6. Just the Way You Are. – Billy Joel
7. When You Say Nothing At All. – Ronan Keating
8. From This Moment On. – Shania Twain
9. You Made Me Love You. – Al Jolson
10. How Deep Is Your Love. -  Bee Gees

รักชอบเพลงไหนก็เลือกนำไปใช้ตามใจนะค่ะ สุขสรรค์วันแต่งงานค่ะ

Comments Off

เคล็ดลับดูแลผิวหน้าหากคุณพักผ่อนน้อย

2011
11.15

เคล็ดลับดูแลผิวหน้าหากคุณพักผ่อนน้อย

           คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในยุคที่ชีวิตมีแต่ความเร่งรีบ เวลาเป็นเงินเป็นทอง และแข่งขันกันสูงอย่างในปัจจุบัน ทำให้คุณภาพชีวิตของหลายๆ คนแย่ลง ทั้งจากการที่รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ถูกสุขลักษณะ ดื่มน้ำสะอาดและได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เครียดจากหน้าที่การงาน ขาดการออกกำลังกาย รวมไปถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญส่วนมากมักจะแนะนำให้พักผ่อนในสภาวะที่เหมาะสม นอนหลับอย่างเต็มที่วันละ 7-8ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปได้ยากในชีวิตคนเมืองปัจจุบัน ส่งผลให้สุขภาพร่างกายและสุขภาพผิวพรรณ ทรุดโทรมรุดหน้าเกินกว่าวัยไปตามๆ กัน

 

การพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิว

1. ร่างกายจะมีระดับ stress hormone (Cortisol) สูงขึ้น ซึ่งการที่ร่างกายจะมีระดับ stress hormone (Cortisol)

- พบว่าจะเกิดภาวะไวต่อการแพ้และอักเสบของผิวได้ง่ายขึ้น

- ผิวหน้าที่มันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณสิวและสิวอักเสบเพิ่มมากขึ้น

- Metabolism ของเซลล์ต่างๆ สูงขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงต่อ Aging Process ของผิว ทำให้ผิวเหี่ยวย่นเกินกว่าวัย

2. คอลลาเจน (Collagen) ลดลง คอลลาเจนจะมีการสร้างที่สมบูรณ์ในภาวะที่มีการนอนหลับที่เพียงพอ เมื่อคอลลาเจนไม่เพียงพอจะส่งผลทางตรงต่อผิว คือ การแก่ชราก่อนวัยอย่างชัดเจน ผิวจะสูญเสียความแข็งแรง ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแห้งกร้านในบางคน ดูแก่กว่าวัย และมีสิวอักเสบเพิ่มมากขึ้น

3. ร่างกายจะไปกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมน จากต่อมใต้สมองหลายตัวเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในฮอร์โมนที่ถูกหลั่งออกมามากขึ้น คือ ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีในร่างกาย (melanocyte) ส่งผลให้สภาพผิวโดยรวมดูหมองคล้ำ และยิ่งดูแย่มากยิ่งขึ้น เมื่อรวมกับซ่อมแซมผิวที่แย่ลงจากการขาดคอลลาเจน

ดังนั้น เมื่อทราบแล้วว่า การพักผ่อนน้อย รวมถึงความเครียด ส่งผลกระทบต่อผิวพรรณมากมายเพียงใด วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ การพักผ่อนให้มากขึ้น ออกกำลังกายให้มากขึ้น แต่ในเมื่อหลายๆ คนไม่สามารถทำได้ ต้องมาดูวิธีดูแลอื่นๆ ที่จำเป็น และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันครับ

1. สำหรับท่านที่มีปัญหาหน้ามัน และมีสิวเห่อ ต้องพยายามรักษาหน้าให้แห้งมากขึ้น ด้วยการล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้าที่มีสารช่วยลดความมันบนใบหน้า กลุ่ม AHA BHA ควรเริ่มใช้จากปริมาณและความถี่น้อยๆ และควรพบแพทย์หากมีสิวมากขึ้นเพื่อรับยากลุ่มยาฆ่าเชื้อทั้งรูปทาหรือรับประทาน ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการล้างหน้าบ่อยขึ้นหรือแกะ บีบ สิวจะทำให้อาการแย่ลงจนกลายเป็นหลุมสิวหรือสิวอักเสบเรื้อรังในที่สุด

2. ในกรณีที่ผิวแพ้มาก มีอาการแสบ แห้ง ลอก หรืออาการแพ้ ผื่นคัน ควรหาครีมบำรุงที่ไม่กระตุ้นการเกิดสิวมาใช้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวที่อ่อนแอและสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย

3. หาครีมที่มีส่วนประกอบของสารออกฤทธิ์กดการสร้างของเซลล์เม็ดสี เช่น วิตามินซีมาใช้ รวมถึงรับประทานวิตามินเสริมในกลุ่มวิตามินซี วิตามินบี วิตามินอี และกลูตาไธโอน เพื่อยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่มากขึ้นในช่วงเวลาที่พักผ่อนน้อย

4.หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัดๆ เป็นระยะเวลานานๆ ร่วมกับใช้ครีมกันแดดชนิดมีค่า SPF สูงๆ และ PA +++ เนื่องจากช่วงนี้ผิวหน้าอ่อนแอมาก และมีปัจจัยที่ทำให้ดำคล้ำได้ง่าย นอกจากนี้ ข้อดี คือ ช่วยลดความมันของผิวและไม่กระตุ้นให้เกิดสิวอีกด้วย

5. หากปัญหาการแพ้หรือสิวเป็นมากขึ้น ควรรีบพบแพทย์แต่เนิ่นๆ เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ลุกลาม อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกดสิวหรือฉีดสิวโดยไม่จำเป็น เนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหาระยะยาวได้มากทั้งเรื่องหลุมสิว รอยดำ และปัญหาสิวเรื้อรัง

6. ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมากขึ้นมากกว่าปกติ เนื่องจากช่วงนี้ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย จากการที่กระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันและคอลลาเจนของผิวหนังอ่อนแอลง

การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ การนอนพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีโอกาสได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพื่อผิวสุขภาพดี แข็งแรง ขาวใส ไม่มีสิว

ขอบคุณที่มา หนังสือพิมพ์คมชัดลึก